Monthly Archives: มิถุนายน 2012

“ต้านรัฐประหารด้วยสันติวิธี 3”

แนวทางพื้นฐานสำหรับการต่อต้านการรัฐประหาร

เราอาจสรุปแนวทางพื้นฐานสำหรับการต่อต้านการรัฐประหารโดยทั่วไปขึ้นมาเป็นสูตรได้ สูตรที่ว่านี้จะเป็นองค์ประกอบมูลฐานสำหรับการสร้างยุทธศาสตร์ต่อต้านรัฐประหารอย่างได้ผลขึ้นมา อีกทั้งยังจะเป็นข้อแนะนำอย่างเฉพาะเจาะจงให้ว่าจะเป็นการต่อต้านการรัฐประหารได้อย่างไรด้วย ได้แก่

–    ไม่ยอมรับการรัฐประหารและประณามผู้นำการทำรัฐประหารว่าไม่ชอบธรรม รัฐบาลที่พวกเขาควรจะถูกปฏิเสธ คำประณามความไม่ชอบธรรมของฝ่ายรัฐประหารควรให้ได้รับการสนับสนุนจากผู้นำทางศีลธรรม ศาสนา และการเมือง เจ้าหน้าที่กับสมาชิกของสถาบันทั้งปวงในสังคม (รวมทั้งสถาบันการศึกษา สื่อสารมวลชนและคมนาคม) องค์การบริหารและเจ้าหน้าที่ราชการระดับชาติ ภูมิภาคและท้องถิ่น รวมทั้งประมุขที่ชอบธรรมของรัฐและบรมวงศานุวงศ์ด้วย

–    ปฏิเสธไม่ยอมให้ความชอบธรรมกับฝ่ายรัฐประหารไม่ว่าจะด้วยวิธีใด รวมทั้งปฏิเสธไม่ยอมรับความพยายามเจรจาเพื่อหาทางประนีประนอมระหว่างฝ่ายรัฐประหารกับผู้นำทางการเมืองที่ชอบธรรมด้วย

–    ถือว่าคำสั่ง ประกาศของฝ่ายรัฐประหารทั้งหมดที่ขัดกับกฎหมายเดิมที่มีอยู่แล้วไม่ชอบด้วยกฎหมายและอย่าไปเชื่อฟัง

–    รักษาวินัยสันติในการต่อต้านการรัฐประหารอย่างเคร่งครัดเพื่อทำให้การต่อต้านการรัฐประหารได้ผลสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่าหลงคล้อยตามคำยั่วยุให้ทำการรุนแรง

–    ปฏิเสธและดื้อแพ่งต่อทุกความพยายามของฝ่ายรัฐประหารที่จะสถาปนาและขยายการควบคุมกลไกรัฐบาลและสังคม

–    ไม่ร่วมมือกับฝ่ายรัฐประหารด้วยประการทั้งปวง ทั้งนี้ครอบคลุมถึงประชาชนทั่วไป ผู้ชำนาญการและเทคโนแครต ผู้นำทางการเมืองของรัฐบาลชุดเดิม และพรรคการเมืองต่างๆ องค์การปกครองบริหารส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และท้องถิ่นทุกสาขา รวมทั้ง เจ้าหน้าที่พนักงาน ข้าราชการในองค์การเหล่านั้น กลุ่มวิชาชีพและสาขาอาชีพที่สำคัญ บุคลากร สื่อมวลชน และการสื่อสารคมนาคม บุคลากรขนส่ง ตำรวจ ไพร่พลและนายทหารรวมทั้งหน่วยทหาร ผู้พิพากษาและบุคลากรฝ่ายตุลาการ บุคลากรในสถาบันการเงินทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เจ้าหน้าที่และสมาชิกสถาบันอื่นๆ ประดามีในสังคมทั้งหลายทั้งปวงถ้วนทั่วทุกตัวคน

–    ไม่รับรู้รับรองคำสั่ง ระเบียบที่ออกโดยฝ่ายรัฐประหารและในทางตรงกันข้ามให้ยืนหยัดรักษากิจการงานต่างๆ ในสังคมให้ดำเนินไปโดยปกติตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและนโยบายเดิมของรัฐบาลอันชอบธรรมกับสถาบันต่างๆ ของสังคมก่อนเกิดการยึดอำนาจ ควรกระทำการที่ว่านี้สืบต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหรือเว้นไว้แต่ในกรณีที่ถูกฝ่ายรัฐประหารขับไสไล่ตะเพิดออกไปจากสถานที่ทำงาน สำนักงานและศูนย์กิจกรรมของตน แม้กระทั่งในกรณีเช่นนั้นแล้ว ก็ให้พยายามดำเนินงานดังกล่าวไปตามปกติ ณ ที่ตั้งอื่นเท่าที่จะทำได้ ความข้อนี้มุ่งให้ใช้เป็นพิเศษกับเจ้าหน้าที่พนักงานข้าราชการทุกระดับ ทุกกรมกอง

–    ธำรงรักษาองค์การการเมืองและสังคมที่ชอบธรรมให้ดำเนินงานได้ต่อไป สร้างองค์การสำรองขึ้นมาเพื่อรับหน้าที่ดำเนินงานแทนองค์การเหล่านี้ในกรณีที่ถูกฝ่ายรัฐประหารโจมตีหรือสั่งปิด

–    ไม่ให้ข่าวสารข้อมูลสำคัญใดๆ แก่ฝ่ายรัฐประหารกับบริวาร ปลดสัญญาณบอกทางป้ายชื่อถนน สัญญาณจราจร ป้ายบ้านเลขที่ ทิ้งเสียเมื่อเห็นควร เพื่อชะงักปฏิบัติการของฝ่ายรัฐประหารและป้องกันชาวบ้านไม่ให้ถูกจับกุม

–    ไม่ให้ปัจจัยหรืออุปกรณ์ใดๆ แก่ฝ่ายรัฐประหาร ซุกซ่อนของเหล่านี้เสียเมื่อเห็นสมควร

–    เข้าสังสรรค์สนทนา “สื่อสารอย่างสร้างสรรค์” ด้วยน้ำใจไมตรีกับเจ้าหน้าที่และกองทหารฝ่ายรัฐประหารในขณะที่ดำเนินการต่อต้านสืบต่อไปอยู่ อธิบายให้พวกเขาเข้าใจเหตุผลของการต่อสู้ต้านรัฐประหาร ยืนยันว่าไม่ประสงค์ความรุนแรงใดๆ ต่อพวกเขา เพียรกร่อนเซาะความจงรักภักดีของพวกเขาและพยายามชักจูงให้พวกเขาช่วยป้องกันฝ่ายประชาธิปไตย อาจจะด้วยการจงใจปราบอย่างไร้ประสิทธิภาพ ส่งข้อมูลข่าวสารให้ฝ่ายป้องกันประชาธิปไตยจนกระทั่งถึงขั้นหนีทัพจากฝ่ายรัฐประหารมาเข้าร่วมต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยด้วยสันติวิธีขิงฝ่ายต่อต้านการรัฐประหาร พยายามโน้มน้าวทหารและเจ้าหน้าที่ให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องยึดมั่นในกระบวนการตามรัฐธรรมนูญและขั้นตอนของกฎหมาย เช่น การวิงวอนของประธานาธิบดีเดอโกล์ต่อทหารฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ. 1961 และของประชาชนฝ่ายต่อต้านทหารราบและยานเกราะในกรุงมอสโควก็เป็นไปในลักษณะนี้

–    ไม่ให้ความช่วยเหลือใดๆ แก่ฝ่ายรัฐประหารในการเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อ

–    บันทึกปฏิบัติการและการปราบปรามของฝ่ายรัฐประหารไว้ในรูปเอกสาร ภาพ ภาพเคลื่อนไหว เสียง เก็บรักษาบันทึกต่างๆ เหล่านี้ไว้และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารดังกล่าวออกไปอย่างกว้างขวางให้แก่ฝ่ายประชาธิปไตยนานาชาติ รวมทั้งผู้ที่สนับสนุนการทำรัฐประหารด้วย

Advertisements