Monthly Archives: พฤษภาคม 2012

“พุทธชยันตี”

ในปี 2555 นี้ พุทธศาสนาได้อุบัติบนโลกขึ้นมาจนถึงบัดนี้นับได้ 2,600 ปีแล้ว ตัวเลข 2,600 ไม่ได้แสดงอะไรพิเศษ ไม่ได้ครบรอบนักษัตรใด ๆ ทั้งนั้น แต่เป็นตัวเลขกลม ๆ เรียกว่าครบหลักร้อยหลักพันหลักศตวรรษ กว่าจะครบ 2,700 ปีหรืออีกศตวรรษ ก็โน่นแน่ะ! ต้องรออีก 100 ปี ไม่ควรที่ผู้ใดซึ่งมีชีวิตอยู่ในวันนี้คาดหมายว่าจะอยู่ทัน เมื่อวาระนี้มาถึงจึงควรเร่งทำความเพียรเสียแต่วันนี้ด้วยการทำอะไรพิเศษให้ สมกับความยินดีที่คำสอนของพระพุทธเจ้าได้ผ่านมาถึง 2,600 ปี และเราอยู่ทันเห็น ยังไม่เสื่อมสูญไป พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่าศาสนาพุทธนี้จะมีอายุ 5,000 ปี

ตัวเลข 2600 นี้มีที่มาจากการเริ่มพุทธศักราชที่ 1 หลังปรินิพพาน เรารู้ว่าเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกมหาภิเษกรมณ์ (แปลว่าการเสด็จออกเพื่อทำประโยชน์อันยิ่งใหญ่ แปลอีกทีก็คือการออกบวชนั่นแหละ แต่ใช้กับเจ้าชายสิทธัตถะเท่านั้น เพราะท่านเสด็จออกบวชเพื่อหาทางหลุดพ้นจากความทุกข์จะได้กลับมาบอกทางแก่ชาวโลก ถ้าเป็นคนอื่นออกบวชไม่ว่าจะบวชแก้บน บวชให้พ่อแม่ บวชเพื่อจะเบียด บวชหนีหนี้ บวชเพื่อเรียนธรรมะ หรือแม้แต่บวชเพื่อให้พ้นทุกข์ ไม่ใช่เป็นการทำประโยชน์อันยิ่งใหญ่แก่โลก จึงมิใช่มหาภิเษกรมณ์) ในขณะนั้นยังไม่เริ่ม พ.ศ. และยังมีพระชนมายุเพียง 26 ปี ระหว่างนั้นทรงจาริกไปเรียนกับอาจารย์หลายสำนักทั้งวิธีตึงและวิธีหย่อนนานถึง 9 ปี จนค้นพบทางอันประเสริฐนำไปสู่ความหลุดพ้นจากทุกข์ เรียกว่าตรัสรู้ พระองค์เองได้ชื่อว่าพระพุทธ ทางอันประเสริฐที่ทรงค้นพบเรียกว่าพระธรรม อีก 2 เดือนต่อมาทรงได้คณะนักบวชมาช่วยเผยแผ่คำสอนเรียกว่าพระสงฆ์ จึงเกิดเป็นศาสนาขึ้น เรียกว่าพุทธศาสนา ขณะมีพระชนมายุ 35 ปี และได้ทรงเผยแผ่ศาสนาต่อเนื่องหลังจากนั้นมาอีก 45 ปีจึงดับขันธปรินิพพานแล้วเริ่ม พ.ศ.1 แปลว่าพุทธศาสนาเกิดก่อน พ.ศ. 1 ถึง 45 ปี เอา 45 บวก 2555 ก็จะได้ 2,600 นี่คืออายุพุทธศาสนาที่เกิดขึ้นแล้วผ่านมาจนถึงวันนี้

การเฉลิมฉลองจะมีทั่วไปในบ้านเมืองที่มีผู้นับถือศาสนาพุทธ นิกายเถรวาท เช่น อินเดีย ศรีลังกา ภูฏาน เนปาล พม่า ลาว ไทย เรียกเป็นภาษาแขกว่าพุทธชยันตีหรือสัมพุทธชยันตี พุทธชยันตี มาจากศัพท์ พุทธ+ชยันตี ที่แปลว่า วันครบรอบในภาษาสันสกฤต พุทธชยันตีจึงแปลว่าการครบรอบวันเกิดของพระพุทธเจ้าหรือวันครบรอบชัยชนะของพระพุทธเจ้าก็ได้ ดังนั้นชาวพุทธทุกท่านควรจะใช้โอกาสอันเป็นมงคลนี้ ทำบุญ ใส่บาตร เข้าวัดฟังเทศน์ ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม ศึกษาคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าให้ถ่องแท้ ให้สมกับที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์แล้วได้พบพระพุทธศาสนาเถิด

อินเดียมีที่มา

เราได้เรียนกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วว่าพุทธศาสนาได้ถือกำเนิดขึ้นในชมพูทวีปซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศอินเดียในปัจจุบัน อินเดียเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกทางซ้ายมือของไทยในทวีปเอเชียนี่แหละ แต่ในทางภูมิศาสตร์อินเดียอยู่ในกลุ่มอนุทวีปเอเชียใต้ ส่วนไทยอยู่ในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออุษาคเนย์ แม้กระนั้นก็สัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากทางศาสนา ภาษา วรรณคดี และวัฒนธรรม อินเดียมีรูปร่างเหมือนรวงผึ้งขนาดยักษ์ห้อยลงมาจากเทือกเขาหิมาลัยย้อยลง สู่มหาสมุทรอินเดีย มีขนาดใหญ่กว่าไทยราว 6 เท่า มีประชากรราว 1,200 ล้านคน จัดว่ามีประชากรมากเป็นที่ 2 ของโลกรองจากจีน เป็นที่อยู่ของพวกนับถือศาสนาฮินดู อิสลาม คริสต์ ซิกข์ พุทธ และอื่น ๆ เป็นดินแดนแห่งศาสนาและความเชื่อ นักปราชญ์นักคิด เศรษฐีและกระยาจก พวกรวยที่สุดในโลกชนิดอยู่มหาปราสาทก็อยู่ที่นั่น จนที่สุดในโลกชนิดอยู่ในเพิงเอาขี้วัวยาแทนปูนก็อยู่ที่นั่น พวกที่เชื่อในเทพยดาฟ้าดินมากกว่าเม็ดทรายในมหาสมุทรสถิตอยู่ในจอมปลวก โขดหินดินทราย ต้นไม้จนถึงนอกฟ้าป่าหิมพานต์และยอดเขาหิมาลัย เขาพระสุเมรุ เขาไกรลาสก็อยู่ที่นั่น พวกทันสมัย นักวิทยาศาสตร์ คิดระบบและเครื่องคอมพิวเตอร์คิดระเบิดนิวเคลียร์ได้ก็อยู่ที่นั่น

ความที่อินเดียเป็นประเทศที่เจริญ มีศิลปะวัฒนธรรมมานานและความกว้างใหญ่ไพศาลของอินเดีย ทำให้เรารู้จักอินเดียในหลายชื่อ สมัยก่อนเราเคยเรียกว่าชมพูทวีป คือใหญ่จนจัดว่าเป็นทวีปหนึ่งทีเดียว ซึ่งตามคัมภีร์ไตรภูมิถือว่ามนุษยโลกแบ่งออกเป็น 4 ทวีป ทางเหนือเรียกว่าอุตรกุรุทวีป ทางใต้เรียกว่าชมพูทวีป ทางตะวันตกเรียกว่าอมรโคยานทวีป ทางตะวันออกเรียกว่าบุพพวิเทหทวีป คำว่า “ชมพู” ไม่ใช่ชมพู่แต่แปลว่าต้นหว้า แปลว่าทวีปที่มีต้นหว้าเยอะ และอีกชื่อที่เราเรียกดินแดนนี้ว่าภารตะ อันที่จริงภารตะเป็นคำที่อินเดียเคยใช้เรียกตัวเอง แปลว่าผู้สืบเชื้อสายจากพระภรต (เหมือนคำว่าพรต) พระภรตเป็นโอรสของท้าวทุษยันต์กับนางศกุนตลาในวรรณคดีโบราณของอินเดีย ต่อมาครอบครัวพระภรตมีพี่น้องและแตกลูกแตกหลานนับหมื่นนับแสนคนกลายเป็นวงศาคณาญาติกันทั้งประเทศ พวกนี้จึงเรียกตัวเองว่าภารตะ ตรงกับคำว่าภราดาที่แปลว่าพี่น้อง อย่างที่ฝรั่งเรียกว่าบราเธอร์หรือที่ไทยเราเรียกว่าภราดรนั่นแหละ! ครั้งที่พี่น้องปาณฑพและเการพรบกันเองที่ทุ่งกุรุเกษตรจึงเรียกสงครามนั้นว่ามหาภารตยุทธ

ส่วนคำว่า “อินเดีย” อันเป็นชื่อประเทศในบัดนี้นั้นเกิดจากการที่ดินแดนนี้มีแม่น้ำสายหลักสายหนึ่งชื่อแม่น้ำสินธุ สะกดว่า Sindhu สองฟากฝั่งอุดมสมบูรณ์ด้วยทุ่งหญ้า จึงนิยมเลี้ยงม้าพันธุ์ดีกันมาก ม้าที่เลี้ยงริมแม่น้ำสินธุเรียกว่าสินธพ แปลว่าเกิดริมแม่น้ำสินธุ ฝีเท้าม้านี้ดีมากเพราะกินหญ้าดี อากาศดี น้ำดี ได้ออกกำลังกายเสมอ ในเรื่องสามก๊กเคยพูดถึงม้าฝีเท้าดีชื่อม้าเซ็กเทา จีนอ่านคำว่าสินธพไม่ชัดเสียงจึงเพี้ยนเป็นเซ็กเทา ก่อนคริสตกาลกองทัพกรีกของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชเคยยกทัพเข้าไปตีอินเดียจนถึงแม่น้ำสินธุ ภาษากรีกไม่มีตัวเอส กรีกจึงเรียกแม่น้ำสายนี้ว่าอินดุ (Indhu) นานเข้าก็เพี้ยนเป็นอินเดียจนทุกวันนี้

Advertisements